เทียบ VSD กับ Inverter ในงานอุตสาหกรรมต่างกันอย่างไร

แนะนำวิธีการเลือกใช้ VSD และ Inverter ในงานอุตสาหกรรมให้เหมาะสม

เทียบ VSD กับ Inverter ในงานอุตสาหกรรมต่างกันอย่างไร

ในยุคที่ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุนพลังงาน และการยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักร เทคโนโลยีควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบการผลิตสมัยใหม่ หนึ่งในอุปกรณ์ที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในโรงงานอุตสาหกรรมคือ VSD (Variable Speed Drive) และ Inverter ซึ่งช่วยควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์ให้เหมาะสมกับลักษณะการทำงาน แต่อย่างไรก็ตาม หลายๆคนยังเกิดความสับสนระหว่างคำว่า “VSD” และ “Inverter” เนื่องจากมักถูกใช้แทนกันในชีวิตประจำวัน บางคนเข้าใจว่าเป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวกัน ขณะที่บางคนมองว่าเป็นคนละระบบโดยสิ้นเชิง ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ VSD และ Inverter อย่างละเอียด พร้อมเปรียบเทียบข้อแตกต่าง ข้อดี ข้อจำกัด และ แนวทางการเลือกใช้งานในภาคอุตสาหกรรม 

เจาะลึก VSD นิยาม และ ขอบเขตที่กว้างกว่า 

VSD หรือ Variable Speed Drive (ภาษาไทยมักเรียกว่า "เครื่องปรับความเร็วรอบมอเตอร์" หรือ "ชุดขับเคลื่อนปรับความเร็วรอบ") ไม่ใช่อุปกรณ์เดี่ยว ๆ แต่เป็น "คำจำกัดความเชิงระบบ" ที่ครอบคลุมอุปกรณ์ หรือ ระบบใด ๆก็ตามที่ทำหน้าที่เปลี่ยน และ ควบคุมความเร็วรอบ (Speed) แรงบิด (Torque) หรือ กำลัง (Power) ของเครื่องจักรกลหมุน ให้เป็นไปตามความต้องการของกระบวนการผลิต โดยขอบเขตของ VSD นั้นกว้างมาก เพราะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การควบคุมด้วยระบบไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ระบบกลไก และ ระบบไฮดรอลิก อีกด้วย

เจาะลึก Inverter (VFD) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังหัวใจของ AC Drive

เมื่อพูดถึง "Inverter" ในงานอุตสาหกรรม คำนี้มักถูกใช้เรียกแทนอุปกรณ์ที่มีชื่อเต็มอย่างเป็นทางการว่า Variable Frequency Drive (VFD) หรือ Variable Voltage Variable Frequency (VVVF) Drive ในทางทฤษฎีไฟฟ้า "Inverter" (เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า) แท้จริงแล้วเป็นเพียงชื่อของ "วงจรย่อยส่วนหนึ่ง" ที่อยู่ภายในตัว VFD (ทำหน้าที่แปลงไฟ DC เป็น AC) แต่ในภาษาพูดเชิงพาณิชย์ และ งานช่างทั่วไป เราเรียกอุปกรณ์กล่องควบคุมนี้ทั้งชิ้นรวมกันว่า "Inverter" โดย Inverter หรือ VFD คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังที่ทำหน้าที่ควบคุมความเร็วรอบ และ แรงบิดของ มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor) โดยการเปลี่ยนค่า ความถี่ และ แรงดันไฟฟ้าของแหล่งจ่ายไฟที่ป้อนเข้าสู่มอเตอร์

คุณประโยชน์ของการใช้งาน Inverter และ VSD ในโรงงานอุตสาหกรรม

การลงทุนติดตั้งระบบปรับความเร็วรอบในอุตสาหกรรม นั้นจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าในหลายๆมิติ ดังนี้

1. การประหยัดพลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม 

ในการสตาร์ทมอเตอร์แบบดั้งเดิมกระแสไฟฟ้าจะพุ่งสูงขึ้นไปถึง 6-8 เท่าของกระแสพิกัดปกติ ทำให้โรงงานต้องเสียค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงมาก การใช้ Inverter จะทำหน้าที่เป็น Soft Start ค่อย ๆ จ่ายแรงดัน และ ความถี่จากศูนย์ขึ้นไป ทำให้กระแสขณะสตาร์ทไม่เกิน 1-1.5 เท่า นอกจากนี้ ในการโหลดประเภท Variable Torque การลดความเร็วรอบในช่วงที่การผลิตลดลง จะช่วยลดหน่วยไฟฟ้า (kWh) ได้อย่างมหาศาล

2. การเพิ่มคุณภาพ และ ผลผลิต 

จะช่วยให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างละเอียด แม่นยำ และ นุ่มนวล เช่น

  • การปรับความเร็วรอบของสายพานลำเลียงให้สอดคล้องกับไลน์การผลิตอัตโนมัติ
  • การรักษาแรงดันในท่อน้ำให้คงที่ โดยการปรับความเร็วรอบปั๊มน้ำสอดคล้องกับการเปิดใช้งานจริงผ่านระบบ PID Control ภายในตัว Inverter

3. การลดค่าบำรุงรักษา และ ยืดอายุการใช้งาน

การสตาร์ท และ หยุดมอเตอร์ที่นุ่มนวล จะช่วยลดแรงกระแทกเชิงกล ที่จะเกิดขึ้นกับชุดเกียร์ ตลับลูกปืน สายพาน และ ข้อต่อต่าง ๆ ในระบบปั๊มน้ำ การใช้ Inverter จะค่อย ๆ ลดความเร็วรอบก่อนสั่งหยุด จะช่วยป้องกันการเกิดปรากฏการณ์ "Water Hammer" (ค้อนน้ำ) ที่สร้างความเสียหายรุนแรงต่อวาล์วและ ระบบท่อส่งน้ำได้อย่างเด็ดขาด

ข้อจำกัด และ สิ่งที่ต้องระวังในการใช้งาน Inverter (VFD)

แม้ว่า Inverter จะมีข้อดีมากมาย แต่ในฐานะวิศวกร หรือ ผู้บริหารโรงงาน จำเป็นต้องตระหนักถึงผล

กระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้น และ วิธีป้องกันไว้ด้วยเช่นกัน

  1. ปัญหาด้านความร้อนของมอเตอร์ที่ความเร็วรอบต่ำ
    มอเตอร์เหนี่ยวนำทั่วไปส่วนใหญ่ จะมีพัดลมระบายความร้อนติดอยู่ที่ท้ายเพลา ซึ่งหมายความว่า ความสามารถในการระบายความร้อนจะแปรผันตรงกับความเร็วรอบของมอเตอร์ เมื่อเราใช้ Inverter เพื่อลดความเร็วรอบลงต่ำมาก ๆ (เช่น ต่ำกว่า 25-30 Hz) เป็นระยะเวลานาน มอเตอร์จะยังคงขับโหลด และเกิดความร้อนเท่าเดิม แต่พัดลมท้ายเพลาจะหมุนช้าลงมาก ส่งผลให้มอเตอร์สะสมความร้อนจนขดลวดไหม้ได้
  2. ปัญหาสัญญาณรบกวนฮาร์มอนิกส์
    เนื่องจากส่วน Converter ของ Inverter เป็นวงจรชนิด Non-linear Load ที่ทำการตัดต่อกระแสไฟฟ้าตลอดเวลา มันจึงสร้างกระแสฮาร์มอนิกส์ (โดยเฉพาะอันดับที่ 5, 7, 11, 13) ย้อนกลับเข้าไปในระบบไฟฟ้าของโรงงาน ส่งผลให้รูปคลื่นแรงดันบิดเบี้ยว อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ รวน คาปาซิเตอร์แบงค์ ร้อนจัดจนระเบิด หรือ หม้อแปลงไฟฟ้ามีอุณหภูมิสูงผิดปกติ
  3. ปัญหาแรงดันสะท้อนกลับย้อนเพลาและทำลายตลับลูกปืน
    การสลับสวิตช์ความเร็วสูงของ IGBT ด้วยเทคนิค PWM จะสร้างแรงดันโหมดร่วมขึ้น ซึ่งแรงดันนี้สามารถเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าไหลผ่านแกนเพลามอเตอร์ ทะลุผ่านฟิล์มน้ำมันหล่อลื่นในตลับลูกปืนลงกราวด์ เกิดการสปาร์คดวงเล็ก ๆ นับล้านครั้งส่งผลให้ผิวของตลับลูกปืนเป็นรอยร่องคลื่น และเสียหายในที่สุด

ไกด์การเลือกใช้งาน: ควรเลือกใช้ VSD หรือ Inverter เมื่อไหร่?

เพื่อให้การตัดสินใจในโครงการวิศวกรรมครั้งต่อไปของคุณเป็นไปอย่างถูกต้อง ให้พิจารณาตามเช็ค

ลิสต์ดัชนีชี้วัดดังต่อไปนี้

สถานการณ์ใดที่ควรเลือกใช้ "Inverter (VFD)"

  1. โหลดคือ มอเตอร์กระแสสลับ (AC Motor): ไม่ว่าจะเป็นแบบ 1 เฟส หรือ 3 เฟส
  2. ต้องการประหยัดพลังงานในโหลดกลุ่ม Fluid Dynamic : ปั๊มน้ำ, พัดลม, เครื่องปรับอากาศส่วนกลาง (Chiller)
  3. ต้องการความยืดหยุ่น และ การควบคุมแบบอัตโนมัติ : ต้องการเชื่อมต่อผ่าน Fieldbus (Profinet, Modbus, Ethernet/IP) เข้ากับระบบ PLC หรือ SCADA
  4. ต้องการฟังก์ชันการป้องกันในตัว : Inverter ยุคปัจจุบันมีระบบตรวจจับกระแสเกิน, แรงดันตก/เกิน, มอเตอร์ล็อค, และ เฟสขาดหายในตัวเอง ช่วยลดการซื้ออุปกรณ์เซฟตี้เพิ่ม

สถานการณ์ใดที่ควรเลือกใช้ "VSD ประเภทอื่นๆ" (ที่ไม่ใช่ Inverter)

  1. ระบบเดิมเป็น มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor) ขนาดใหญ่มาก : การเปลี่ยนระบบเป็น AC ทั้งหมดมีค่าใช้จ่าย (CAPEX) สูงเกินไป การเปลี่ยนเฉพาะตัวควบคุมเป็น DC Drive (SCR Drive) จะคุ้มค่ากว่า
  2. หน้างานมีความเสี่ยงต่อประกายไฟ และ ระเบิดรุนแรง : การนำอุปกรณ์ไฟฟ้า และ อิเล็กทรอนิกส์ไปติดตั้งใกล้เครื่องจักรอาจมีความเสี่ยงสูง การเลือกใช้ Mechanical VSD หรือ Hydraulic VSD ที่ควบคุมการปรับรอบจากระยะไกลด้วยกลไกจะมีความปลอดภัยเชิงกายภาพสูงกว่า
  3. งานที่มีแรงบิดเริ่มต้นกระชากมหาศาล และ สภาพแวดล้อมเลวร้ายจัด : เช่น เครื่องโม่หินขนาดใหญ่, เครื่องสับไม้, ระบบขับเคลื่อนใบจักรเรือ ซึ่งมีฝุ่น ความชื้น และ แรงสั่นสะเทือนสูงมาก การใช้ Hydraulic Coupling (Fluid Drive) จะมีความทนทาน และ ซับแรงกระแทกได้ดีกว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์

แม้คำว่า VSD และ Inverter จะถูกใช้แทนกันอยู่บ่อยครั้งในวงการอุตสาหกรรม แต่ในความเป็นจริง VSD คือระบบ หรือ แนวคิดในการควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์ ส่วน Inverter คืออุปกรณ์ประเภทหนึ่งที่ทำหน้าที่ควบคุมความถี่ และ แรงดันไฟฟ้าเพื่อปรับความเร็วของมอเตอร์ จึงถือได้ว่า Inverter เป็นหนึ่งในรูปแบบของ VSD ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน การเลือกใช้งาน VSD หรือ Inverter อย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้พลังงาน ยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักร และ ลดต้นทุนการบำรุงรักษาในระยะยาว ดังนั้นหากสนใจติดตั้งระบบ VSD หรือ Inverter เราขอแนะนำ McEnergy ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน ติดตั้งระบบ VSD หรือ Inverter ตามความต้องการ ทั้งสามารถให้บริการได้หลากหลายรูปแบบรวมถึงการที่มีระบบคุณภาพสูง มีบริการครบวงจรสามารถให้คำปรึกษา ในการออกแบบการติดตั้ง และ เลือกใช้บริการแบบใดก็ได้อย่างดีเนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำได้อย่างครบถ้วน และ ยังมีบริการบำรุงรักษา ทั้งยังมีบริการหลังการขาย บริการล้างทำความสะอาดทั้งระบบโดยทีมงานที่เป็นมืออาชีพพร้อมดูแลลูกค้าตลอด 24 ชม

ติดต่อสอบถาม

บริษัท แม็คเอนเนอยี อีโวลูชั่น จำกัด
Tel: 02-509-3211 (24 Hours Service) Fax: 02-509-3212
E-mail: admin@mcenergy-evo.com